Blog

  • AI จะทำให้คุณตกงาน? หรือทำให้คุณรวยขึ้น?

    AI จะทำให้คนตกงานจริงหรือ? อาชีพที่หายไป และโอกาสใหม่ที่คุณต้องรู้!

    AI กำลังจะมาแทนที่งานของคุณ และอาจทำให้คุณตกงานเร็วๆนี้ พนักงานบัญชี แคชเชียร์ คนขับรถ งานเอกสาร หายไปแล้วกว่าล้านตำแหน่ง ​(ข้อมูลจาก World Economic Forum คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 งานด้านธุรการ และการบันทึกข้อมูลจะลดลงประมาณ 92 ล้านตำแหน่ง) ​

    ภายในปี 2030: ตำแหน่งงานทั่วโลกจะลดลงประมาณ 92 ล้านตำแหน่ง​ แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เกิดขึ้น 170 ล้านตำแหน่ง ไม่ต้องตกใจ แต่ต้องปรับตัว

    งานที่คาดว่าจะลดลงมากที่สุด:

    งานด้านธุรการและบันทึกข้อมูล: พนักงานธนาคาร คนขายตั๋ว และ พนักงานธุรการจัดการงานเอกสาร

    พนักงานป้อนข้อมูลและเลขานุการ: เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี​

    นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า:​

    การนำเทคโนโลยี AI มาใช้: จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในงานที่มีลักษณะทำซ้ำ ๆ

    ในปี 2025 AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การค้าปลีก การกระจายสินค้า การผลิต และ การบริการ

    การค้าปลีก (Retail):

    การใช้หุ่นยนต์ในร้านค้า: หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะถูกนำมาใช้ในพื้นที่สาธารณะ เช่น ร้านค้าปลีกและพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำความสะอาด ทำอาหาร และโต้ตอบกับมนุษย์

    การกระจายสินค้า (Logistics):

    ระบบอัตโนมัติในคลังสินค้า: AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้าและการขนส่งสินค้า ทำให้กระบวนการรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ​

    การผลิต (Manufacturing):

    การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์: AI จะช่วยทำนายและป้องกันปัญหาในสายการผลิต ลดเวลาหยุดทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

    การบริการ (Service):

    ผู้ช่วยอัจฉริยะ (Agentic AI): ระบบ AI ที่สามารถคิด วางแผน และช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น จะถูกนำมาใช้ในภาคบริการ เช่น ใช้ตอบคำถามลูกค้า (Chatbot) ซึ่งมีข้อมูลมากมายและสามารถเรียนรู้ได้จากข้อมูลมหาศาลที่มากกว่าสมองคนเราจะทำได้

    การนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า

      สรุปแล้ว

      อาชีพที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ งานที่มีรูปแบบซ้ำ ๆ และเป็นระบบ เช่น

      • งานเอกสาร และบัญชีพื้นฐาน คีย์ข้อมูล เรียบเรียงข้อมูล AI ทำแทนได้ ดีกว่า เร็วกว่า
      • งานผลิตในโรงงานที่ใช้แรงงานซ้ำ ๆ AI ลดความผิดพลาดได้มากกว่า
      • งานบริการลูกค้าพื้นฐาน (Chatbot ตอบคำถามทั่วไป) AI ฉลาดกว่า

      อาชีพที่ AI สร้างโอกาสใหม่ ๆ

      • งานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และกลยุทธ์ เช่น นักการตลาด, นักออกแบบ, นักเขียน, นักแสดง ต้องรู้จักใช้ AI คิดงานให้เรา ต้อง promtp อย่างสร้างสรรค์เป็น จะทำเงิน ทำงานได้เร็วขึ้น
      • งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง และการตัดสินใจเชิงลึก เช่น แพทย์, นักวิเคราะห์ข้อมูล, วิศวกร AI
      • งานที่ต้องการความเห็นอกเห็นใจ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เช่น นักจิตวิทยา, นักบำบัด, ครู ในช่วงแรกที่ AI ยังทำแทนยาก แต่อนาคตไม่แน่ ถ้า AI มีจิตใจ แสดงความรู้สึกได้มากขึ้น เช่น มีน้ำเสียงที่มีอารมณ์ร่วมมากขึ้น

      ดังนั้น AI ไม่ได้มาแทนที่ทุกอาชีพ แต่จะทำให้ “งานบางอย่างหายไป” และ “งานบางอย่างถูกพัฒนาให้ดีขึ้น” คนที่ปรับตัว และเรียนรู้การใช้ AI จะได้เปรียบ และสามารถเติบโตไปพร้อมกับ AI ได้

    1. AI จะทำให้คุณตกงาน? หรือทำให้คุณรวยขึ้น? /

      AI จะทำให้คุณตกงาน? หรือทำให้คุณรวยขึ้น? /

      AI จะทำให้คนตกงานจริงหรือ? อาชีพที่หายไป และโอกาสใหม่ที่คุณต้องรู้!

      AI กำลังจะมาแทนที่งานของคุณ และอาจทำให้คุณตกงานเร็วๆนี้ พนักงานบัญชี แคชเชียร์ คนขับรถ งานเอกสาร หายไปแล้วกว่าล้านตำแหน่ง ​(ข้อมูลจาก World Economic Forum คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 งานด้านธุรการ และการบันทึกข้อมูลจะลดลงประมาณ 92 ล้านตำแหน่ง)

      ภายในปี 2030: ตำแหน่งงานทั่วโลกจะลดลงประมาณ 92 ล้านตำแหน่ง​ แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เกิดขึ้น 170 ล้านตำแหน่ง ไม่ต้องตกใจ แต่ต้องปรับตัว

      งานที่คาดว่าจะลดลงมากที่สุด:

      งานด้านธุรการและบันทึกข้อมูล: พนักงานธนาคาร คนขายตั๋ว และ พนักงานธุรการจัดการงานเอกสาร

      พนักงานป้อนข้อมูลและเลขานุการ: เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี​

      นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า:​

      การนำเทคโนโลยี AI มาใช้: จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในงานที่มีลักษณะทำซ้ำ ๆ

      ในปี 2025 AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การค้าปลีก การกระจายสินค้า การผลิต และ การบริการ

      การค้าปลีก (Retail):

      การใช้หุ่นยนต์ในร้านค้า: หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะถูกนำมาใช้ในพื้นที่สาธารณะ เช่น ร้านค้าปลีกและพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำความสะอาด ทำอาหาร และโต้ตอบกับมนุษย์

      การกระจายสินค้า (Logistics):

      ระบบอัตโนมัติในคลังสินค้า: AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้าและการขนส่งสินค้า ทำให้กระบวนการรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ​

      การผลิต (Manufacturing):

      การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์: AI จะช่วยทำนายและป้องกันปัญหาในสายการผลิต ลดเวลาหยุดทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

      การบริการ (Service):

      ผู้ช่วยอัจฉริยะ (Agentic AI): ระบบ AI ที่สามารถคิด วางแผน และช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น จะถูกนำมาใช้ในภาคบริการ เช่น ใช้ตอบคำถามลูกค้า (Chatbot) ซึ่งมีข้อมูลมากมายและสามารถเรียนรู้ได้จากข้อมูลมหาศาลที่มากกว่าสมองคนเราจะทำได้

      การนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า

      สรุปแล้ว

      อาชีพที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ งานที่มีรูปแบบซ้ำ ๆ และเป็นระบบ เช่น

      • งานเอกสาร และบัญชีพื้นฐาน คีย์ข้อมูล เรียบเรียงข้อมูล AI ทำแทนได้ ดีกว่า เร็วกว่า
      • งานผลิตในโรงงานที่ใช้แรงงานซ้ำ ๆ AI ลดความผิดพลาดได้มากกว่า
      • งานบริการลูกค้าพื้นฐาน (Chatbot ตอบคำถามทั่วไป) AI ฉลาดกว่า

      อาชีพที่ AI สร้างโอกาสใหม่ ๆ

      • งานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และกลยุทธ์ เช่น นักการตลาด, นักออกแบบ, นักเขียน, นักแสดง ต้องรู้จักใช้ AI คิดงานให้เรา ต้อง promtp อย่างสร้างสรรค์เป็น จะทำเงิน ทำงานได้เร็วขึ้น
      • งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง และการตัดสินใจเชิงลึก เช่น แพทย์, นักวิเคราะห์ข้อมูล, วิศวกร AI
      • งานที่ต้องการความเห็นอกเห็นใจ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เช่น นักจิตวิทยา, นักบำบัด, ครู ในช่วงแรกที่ AI ยังทำแทนยาก แต่อนาคตไม่แน่ ถ้า AI มีจิตใจ แสดงความรู้สึกได้มากขึ้น เช่น มีน้ำเสียงที่มีอารมณ์ร่วมมากขึ้น

      ดังนั้น AI ไม่ได้มาแทนที่ทุกอาชีพ แต่จะทำให้ “งานบางอย่างหายไป” และ “งานบางอย่างถูกพัฒนาให้ดีขึ้น” คนที่ปรับตัว และเรียนรู้การใช้ AI จะได้เปรียบ และสามารถเติบโตไปพร้อมกับ AI ได้

    2. AI จะทำให้คุณตกงาน? หรือทำให้คุณรวยขึ้น?

      AI จะทำให้คุณตกงาน? หรือทำให้คุณรวยขึ้น?

      AI จะทำให้คนตกงานจริงหรือ? อาชีพที่หายไป และโอกาสใหม่ที่คุณต้องรู้!

      AI กำลังจะมาแทนที่งานของคุณ และอาจทำให้คุณตกงานเร็วๆนี้ พนักงานบัญชี แคชเชียร์ คนขับรถ งานเอกสาร หายไปแล้วกว่าล้านตำแหน่ง ​(ข้อมูลจาก World Economic Forum คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 งานด้านธุรการ และการบันทึกข้อมูลจะลดลงประมาณ 92 ล้านตำแหน่ง)

      ภายในปี 2030: ตำแหน่งงานทั่วโลกจะลดลงประมาณ 92 ล้านตำแหน่ง​ แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เกิดขึ้น 170 ล้านตำแหน่ง ไม่ต้องตกใจ แต่ต้องปรับตัว

      งานที่คาดว่าจะลดลงมากที่สุด:

      งานด้านธุรการและบันทึกข้อมูล: พนักงานธนาคาร คนขายตั๋ว และ พนักงานธุรการจัดการงานเอกสาร

      พนักงานป้อนข้อมูลและเลขานุการ: เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี​

      นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า:​

      การนำเทคโนโลยี AI มาใช้: จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในงานที่มีลักษณะทำซ้ำ ๆ

      ในปี 2025 AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การค้าปลีก การกระจายสินค้า การผลิต และ การบริการ

      การค้าปลีก (Retail):

      การใช้หุ่นยนต์ในร้านค้า: หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะถูกนำมาใช้ในพื้นที่สาธารณะ เช่น ร้านค้าปลีกและพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำความสะอาด ทำอาหาร และโต้ตอบกับมนุษย์

      การกระจายสินค้า (Logistics):

      ระบบอัตโนมัติในคลังสินค้า: AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้าและการขนส่งสินค้า ทำให้กระบวนการรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ​

      การผลิต (Manufacturing):

      การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์: AI จะช่วยทำนายและป้องกันปัญหาในสายการผลิต ลดเวลาหยุดทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

      การบริการ (Service):

      ผู้ช่วยอัจฉริยะ (Agentic AI): ระบบ AI ที่สามารถคิด วางแผน และช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น จะถูกนำมาใช้ในภาคบริการ เช่น ใช้ตอบคำถามลูกค้า (Chatbot) ซึ่งมีข้อมูลมากมายและสามารถเรียนรู้ได้จากข้อมูลมหาศาลที่มากกว่าสมองคนเราจะทำได้

      การนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า

      สรุปแล้ว

      อาชีพที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ งานที่มีรูปแบบซ้ำ ๆ และเป็นระบบ เช่น

      • งานเอกสาร และบัญชีพื้นฐาน คีย์ข้อมูล เรียบเรียงข้อมูล AI ทำแทนได้ ดีกว่า เร็วกว่า
      • งานผลิตในโรงงานที่ใช้แรงงานซ้ำ ๆ AI ลดความผิดพลาดได้มากกว่า
      • งานบริการลูกค้าพื้นฐาน (Chatbot ตอบคำถามทั่วไป) AI ฉลาดกว่า

      อาชีพที่ AI สร้างโอกาสใหม่ ๆ

      • งานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และกลยุทธ์ เช่น นักการตลาด, นักออกแบบ, นักเขียน, นักแสดง ต้องรู้จักใช้ AI คิดงานให้เรา ต้อง promtp อย่างสร้างสรรค์เป็น จะทำเงิน ทำงานได้เร็วขึ้น
      • งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง และการตัดสินใจเชิงลึก เช่น แพทย์, นักวิเคราะห์ข้อมูล, วิศวกร AI
      • งานที่ต้องการความเห็นอกเห็นใจ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เช่น นักจิตวิทยา, นักบำบัด, ครู ในช่วงแรกที่ AI ยังทำแทนยาก แต่อนาคตไม่แน่ ถ้า AI มีจิตใจ แสดงความรู้สึกได้มากขึ้น เช่น มีน้ำเสียงที่มีอารมณ์ร่วมมากขึ้น

      ดังนั้น AI ไม่ได้มาแทนที่ทุกอาชีพ แต่จะทำให้ “งานบางอย่างหายไป” และ “งานบางอย่างถูกพัฒนาให้ดีขึ้น” คนที่ปรับตัว และเรียนรู้การใช้ AI จะได้เปรียบ และสามารถเติบโตไปพร้อมกับ AI ได้

    3. เรียนทำขนมที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ คุ้มมั้ย

      เรียนทำขนมที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ คุ้มมั้ย

      เพื่อนๆหลายคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะเรียนทำขนม ทำอาหารที่ เลอ กอร์ดอง เบล ดุสิต Le Cordon Bleu Dusit ดีมั้ย คุ้มมั้ย เพราะค่าเรียนก็คือพี๊คมากกก

      เบ๊นซ์ได้มีโอกาสเรียนคอร์ส Basic Pastry จะมาเล่าให้ฟัง สิ่งที่เราต้องรู้คือ อยากได้อะไรจากการเรียน เรียนจริงแล้วได้อะไรบ้าง และถ้าไม่เรียนมีทางเลือกอื่นๆอีกมั้ย

      “อยากได้อะไรจากการเรียน” สิ่งแรกที่เราควรถามตัวเอง เพราะแต่ละคนก็มีเหตุผลที่ต่างกัน เช่น อยากได้ความรู้ อยากหากิจกรรมทำเป็นงานอดิเรก อยากได้ใบประกาศจากสถาบันที่มีชื่อเสียงเพื่อไปต่อยอดในสายอาชีพ

      ซึ่งที่ Le Cordon Bleu ก็จะตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของความรู้ที่จะได้จริงๆ จากหลักสูตรที่มาจากฝรั่งเศส มีหลักการที่ถูกต้องในภาคทฤษฎีและปฏิบัติโดยไม่ต้องสงสัย และ ยังได้ใบประกาศถือเป็นชื่อพ่วงท้ายได้ว่า เราจบการเรียนการอบรมที่เข้มข้นจากสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก พูดไปก็ไม่มีใครสงสัยว่าเราเก่งมั้ย คือคิดไปเองแล้วว่าเราเก่ง แต่เรื่องจริง …. 555 ซึ่งถ้าใครอยากเป็นเชฟ อยากไปต่อในด้านอาหารก็ถือว่ามีภาษีที่ดีเลย

      แต่ถ้าต้องการแค่ ความรู้ หรือ งานอดิเรก ก็ต้องบอกว่าถ้าไม่พร้อมที่จะจ่ายยังมีตัวเลือกอื่นๆอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนที่สถาบันอื่น คอร์สสั้นเฉพาะเมนูเพื่อจ่ายน้อยหน่อยเลือกเฉพาะที่อยากเรียน อ่านหนังสือ หรือ ดูยูทูป ก็สามารถมีความรู้มาฝึกฝนต่อ และ หลายๆคนก็ทำขาย เปิดร้านได้ ด้วยการเรียนจากยูทูป คือ เรื่องจริง เรารู้จักเจ้าของร้านเบเกิลอร่อยมากร้านนึงก็เรียนจากยูทูป

      สำหรับเบ๊นซ์ ตั้งใจไปเรียนเพราะอยากได้ความรู้แบบเป็นขั้นเป็นตอน เป็นหลักเป็นการ ของพื้นฐานการทำขนมอบแบบแท้ทรู เพราะความอยากรู้จริงขั้นสุด และชื่อเสียงของสถาบันก็ทำให้เราเชื่อมั่นในการเรียนการสอน ก็ถือว่าได้ในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งก่อนเรียนได้ทำการกดเครื่องคิดเลขดูแล้ว จริงๆ ถ้าหารค่าเรียนต่อชั่วโมงหรือต่อเมนู ก็จะรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย และบอกตัวเองว่าเพราะมันเรียนเยอะมันเลยต้องจ่ายเป็นก้อนใหญ่

      ค่าใช้จ่ายในการเรียนเมื่อปี 2023 ประมาณ 280,000 บาท เรียน 25 สัปดาห์ (ทุกวันเสาร์ 6 เดือน) สัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง รวม 225 ชั่วโมง ตกชั่วโมงละ 1,244 บาท เป็นไง เบาลง?? หรือ วันละ 11,200 บาท โอโห้!! ไม่เคยอยากไปสายสักนาที กลัวไม่คุ้ม 555

      สรุปว่า ความคุ้ม ไม่คุ้ม อยู่ที่ความต้องการของเรา และ ความพร้อมที่จะจ่าย สุดท้ายทุกอย่างมีทางเลือกเสมอ

      มีคำถามเพิ่มเติม คอมเมนท์ไว้ได้น้าาา เดี๋ยวมาตอบค่า :)))

    4. Get Started

      เล่าเรื่องการตลาด เทคโนโลยี และ AI แบบเข้าใจง่าย แถมความรู้เรื่องขนมอบแบบจอยๆ :))